รายงานโดยเยาวชนเขต2

          “เราคือ หนทาง ความจริง และชีวิต ไม่มีใครไปเฝ้าพระบิดาได้นอกจากผ่านทางเรา” (ยน. 14:6) เป็นหัวข้อและแนวทางสำหรับ “ค่ายเยาวชนคาทอลิกเขต 2 แห่งอัครสังฆมณฑลกรุงเทพ” ซึ่งได้จัดขึ้นเมื่อวันที่ 4 – 7 พฤษภาคม 2012 ณ ค่ายชัยปิติ จ.สระบุรี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างพลังชีวิตฝ่ายจิต เพิ่มเติมความเข้าใจในพันธกิจของการเป็นเยาวชนคาทอลิก และเติมเต็มความเป็นหนึ่งเดียวของเยาวชนภายในเขต 2 ทั้งนี้คุณพ่อสุพัฒน์ หลิวสิริ จิตตาธิการ และคณะกรรมการเยาวชนคาทอลิกเขต 2 ได้มอบหมายให้ มีคาแอล บุญโญรส สุขอารี (จิต) เป็นประธานการจัดค่ายฯ โดยจัดคณะทำงานออกเป็นฝ่ายต่าง ๆ เพื่อเตรียมงานและวางแผนการจัดค่ายฯให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่วางไว้ ซึ่งการจัดค่ายฯครั้งนี้มีเยาวชนเข้าร่วม 8 วัด แบ่งเป็นเยาวชนหญิง 12 คน เยาวชนชาย 12 คน รวมทั้งสิ้น 24 คน

          วันแรกของการจัดค่ายฯ เมื่อเดินทางถึงที่พักพวกเราเริ่มต้นด้วย “วจนพิธีกรรมเปิดค่ายฯเขต 2” หลังจากนั้นประธานค่ายฯได้ชี้แจงกฎระเบียบสำหรับการใช้ชีวิตร่วมกัน ภาคบ่ายเป็นกิจกรรมนันทนาการและกิจกรรมละลายพฤติกรรม ‘เลอะ ลุย ฮา’ เป้าหมายคือให้เยาวชนได้รู้จักกันมากขึ้น เน้นการเปิดจิตใจตนเอง มีส่วนร่วมในทุกกิจกรรมและช่วยเหลือกันจนบรรลุผล ในช่วงเย็นนั้นเกิดสิ่งที่ไม่คาดฝันขึ้น เมื่อเมฆขาว ๆ รวมตัวเป็นกลุ่มก้อนเกิดเป็นพายุฝนโหมกระหน่ำ ต้นไม้ขนาดใหญ่หักล้มทับบ้านพักผู้หญิง อีกทั้งระบบไฟฟ้าดับทั้งค่ายและไร้สิ้นสัญญาณโทรศัพท์  เป็นเช่นนี้ตลอดคืนจนถึงช่วงบ่ายของอีกวัน เป็นเหตุให้คืนแรกต้องยกเลิกพิธีกรรมฐาน ‘เดินตามพระองค์’ ปรับการใช้ชีวิตมาอยู่รวมกันในบ้านหนึ่งหลัง แม้คืนนั้นไม่ได้เดินตามพระองค์ แต่พวกเราก็อยู่ในความคุ้มครองและอ้อมกอดของพระองค์ พวกเราได้ภาวนาสวดสายประคำด้วยกันเป็นสิ่งสุดท้ายก่อนจะล้มตัวลงนอน

          ในวันรุ่งขึ้น พวกเราต้อนรับวันใหม่ด้วยกายบริหาร จากนั้นร่วมสวดภาวนาเช้า แบ่งปันสิ่งที่ได้รับจากเหตุการณ์พายุฝน แน่นอนว่าจะต้องมีความตกใจกลัว แต่พอได้มาอยู่รวมกันแล้ว ความกลัวก็ได้ถอยห่างไป สิ่งที่สำคัญที่สุด คือ ความวางใจในองค์พระเจ้า ซึ่งบังเกิดขึ้นเมื่อพวกเราเริ่มต้นสวดภาวนา ... ช่วงสาย ๆ ของวันที่สองเป็นการอบรมหัวข้อ “หนทาง : ความรัก” จากคุณครูพี่แอ๊ด - - “ความรักของพวกเราเป็นเช่นไร เราให้ความสำคัญกับสิ่งใดก่อน ครอบครัว เพื่อน คนรัก การเรียน เกียรติยศชื่อเสียง; กิจกรรมตัดกระดาษที่ทำให้เกิดคำถามและทางเลือกระหว่างทางของพระเจ้าที่เป็นความรักแท้จริง หรือ ทางของซานตาน รัก โลภ โกรธ หลง ราคะตัณหา; การจะมีความรักที่ดีสมบูรณ์ต้องจับมือเดินไปพร้อมกัน ไม่เอาเปรียบ แต่เอาใจใส่คอยสังเกตความเป็นไป มีการพูดคุยแบ่งปันถึงความสุขและความทุกข์” ... ช่วงบ่ายเป็น Walk Rally เดินป่า-ปีนเขา โดยมีชื่อกิจกรรมว่า “หนทางสู่ความรัก” เป็นบทพิสูจน์ความรัก ความสามัคคี ความเสียสละ โดยตลอดการเดินทางบนภูเขาจะผ่านฐานทั้งหมด 5 ฐาน เยาวชนต้องช่วยกันทำกิจกรรมให้ผ่านเพื่อรับรหัสลับ ซึ่งเมื่อนำมารวมกันและค้นหาความหมายจะพบว่าเป็นพระวาจาที่ใช้เป็นหัวข้อค่ายฯนั่นเอง ... ก่อนอาหารมื้อเย็นพวกเราเข้าร่วมพิธีมิสซาบูชาขอบพระคุณพร้อมกัน กิจกรรมคืนที่สองเป็นการชมภาพยนตร์เรื่อง “Facing the Giants” และแบ่งปันข้อคิดที่ได้รับ โดยแก่นแท้ของภาพยนตร์ต้องการให้เราทุกคนมีความหวัง เชื่อมั่นและไว้ใจในองค์พระเจ้า ไม่ว่าจะทำภารกิจที่มีความยากลำบากเพียงใดก็ตามผ่านทางการสวดภาวนาอย่างตั้งใจ ... คืนนี้เราปิดฉากลงด้วยการภาวนาค่ำเช่นเคย

          เช้าวันที่สาม พวกเรารีบมารวมตัวเพื่อออกกำลังกายเบา ๆ และต่อด้วยภาวนาเช้า ก่อนที่จะรับการอบรมโดย บร.กรณ์ (วิทยากรที่น่ารัก ซึ่งเยาวชนฯเขต 2 รู้สึกผูกพันยิ่ง) มาเล่าเรื่องราวในหัวข้อ “ความจริง : ตัวตน” - - “บ่อยครั้งที่เราใช้ชีวิตอยู่บนพื้นฐานความฝัน หลงไปตามกระแสโลก จนลืมกระแสเรียก หลายหนที่เราพบว่าชีวิตจริงนั้นไม่ได้สวยสดงดงามดังใฝ่ฝัน แต่อย่างไรก็ตามขอให้ทุกคนตระหนักว่าชีวิตเรานั้นมีพระเจ้าอยู่เคียงข้างและพร้อมที่จะนำทางเราอยู่เสมอ“ .. หลังอบรมเป็นกิจกรรมฐาน “หนึ่งเดียวในความแตกต่าง” เน้นความร่วมมือร่วมใจของเยาวชนมากขึ้นในแต่ละกิจกรรม

          เข้าสู่ภาคบ่ายด้วยพิธีมิสซาฯ และต่อเนื่องด้วยกิจกรรม “มัดใจ” บทสรุปกิจกรรมนี้คือเยาวชนจะต้องประสานพลัง ความสามัคคี ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ในทำงานและฝ่าอุปสรรคต่าง ๆ นานาจนถึงจุดหมายปลายทาง ... และก่อนไปพักผ่อนเล่นน้ำตกใส ๆ ที่ไหลผ่านค่ายชัยปิติ พวกเราได้ช่วยกันฝังความลับของแต่ละคนที่รวมบรรจุขวดลงในผืนดิน โดยตั้งใจว่าอีก 4 ปีข้างหน้าจะกลับมาค้นหาความลับนี้ด้วยกัน ... คืนสุดท้ายของค่ายเป็นกิจกรรมราตรีสัมพันธ์ ในธีม ‘วินเทจ’ มีดนตรีเบา ๆ ล้อมวงเต้นรำ การประกวดดาว-เดือน พวกเราจบค่ำคืนนี้ด้วยกิจกรรม “คืนแห่งแสงเทียน” เปิดโอกาสให้เยาวชนได้แบ่งปันเรื่องราวชีวิตทั้งก่อนมาค่ายฯและช่วงเวลาดี ๆ ที่มีร่วมกันในค่ายฯครั้งนี้
 

          วันสุดท้าย..เริ่มด้วยพิธีมิสซาบูชาขอบพระคุณเพื่อปิดค่ายฯ และกิจกรรมท้ายสุด “บันทึกความทรงจำ” เยาวชนทุกคนได้ฝากความในใจ ความรู้สึกดี ๆ และคำขอบคุณ ลงในสมุดค่ายของเพื่อน ๆ ก่อนที่จะเดินทางกลับบ้านอย่างปลอดภัย

‘ขอบคุณพระ’ สำหรับวันและเวลาที่ดี ที่พวกเราได้มาเรียนรู้และใช้อยู่ร่วมกัน

‘ขอบคุณครอบครัวเยาวชนฯเขต 2’ สำหรับ ‘มิตรภาพ’ ที่มีให้กันเสมอและจะไม่มีวันเลือนหายไป

‘ขอบคุณที่รักกัน’